เรียนท่านผู้ถือหุ้น

ภาวะเศรษฐกิจไทยในปี 2553 ขยายตัวร้อยละ 7.8 จากภาวะถดถอยลดลงร้อยละ 2.3 ในปี 2552 โดยมีปัจจัยสนับสนุนของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และความต้องการบริโภคภายในประเทศ การลงทุนภาคเอกชน ขยายตัวร้อยละ 13.8 การบริโภคภาคครัวเรือนขยายตัว ร้อยละ 4.8 และการส่งออกสินค้าในรูปดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวสูงถึงร้อยละ 28.5 แม้ว่าจะเกิดภาวะความไม่สงบภายในประเทศในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี หลังจากเหตุการณ์สงบ เศรษฐกิจก็ฟื้นตัวขึ้นอย่างมากในไตรมาสที่ 3

2553 ถือเป็นปีที่ดีของบริษัทฯ เช่นกัน บริษัทฯ มีความยินดีที่จะรายงานให้ทราบว่าบริษัทฯ มีรายได้รวม 16,584 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.9% และมีกำไรสุทธิ 295 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.2% ซึ่งเป็นการขยายตัวที่สูงกว่าอัตราการขยายตัวของอุตสาหกรรมไอทีที่ทางศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ได้ประมาณการเบื้องต้นไว้ว่าอุสาหกรรมไอทีในปี 2553 เติบโต 14.1% บริษัทฯ ได้มีการขยายธุรกิจทั้งในแง่การขยายช่องทางการจัดจำหน่ายให้ครอบคลุมขึ้น การเปิดสำนักงานสาขาภูเก็ต การหาสินค้าใหม่ ๆ มาจำหน่ายเพิ่ม โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มสมาร์ทโฟนที่มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นมากในปี 2553 และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ทำให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น

จากผลประกอบการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ SiS ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Best Performance Awards ในกลุ่มบริษัทฯ จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดไม่เกิน 10,000 ล้านบาท กลุ่มที่ 2 ซึ่งรางวัล Best Performance Awards นี้ เป็นรางวัลที่มอบให้แก่บริษัทจดทะเบียนที่มีผลการดำเนินงานยอดเยี่ยม โดยบริษัทที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล มีเพียง 3 บริษัทฯ ที่ได้รับการประเมินด้านผลการดำเนินงานรวมถึงการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ เรื่องการเปิดเผยข้อมูลและคุณภาพของงบการเงิน ซึ่งเป็นการประเมินจากโครงการของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและวารสารการเงินธนาคาร โดยได้มอบให้บริษัท ทริส คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้จัดอันดับความน่าเชื่อถือแห่งแรกของประเทศไทย เป็นผู้ดำเนินการ

บริษัทฯ ยังคงมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง ระหว่างปี 2552 - 2553 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้เริ่มโครงการโดยปรับไปใช้โปรแกรม Enterprise Resource Planning รุ่นใหม่ (SAP ECC 6) จากที่ใช้รุ่นเดิม SAP R/3 มากว่า 10 ปี ซึ่งได้เสร็จสิ้นและเริ่มใช้รุ่นใหม่ไปแล้วตั้งแต่ 1 มกราคม 2554 และในปี 2554 นี้ บริษัทฯ จะย้ายและขยายทั้งคลังสินค้าและสำนักงานให้มีพื้นที่เพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่า การเปิดสำนักงานสาขาต่างจังหวัดเพิ่มขึ้นอีก 3 แห่ง รับพนักงานเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อยกว่า 70 คน เพื่อรองรับการขยายธุรกิจต่อไป

บริษัทฯ ยังคงพยายามดำเนินธุรกิจตามวิสัยทัศน์ที่ต้องการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความสามารถของคนไทยและผู้ประกอบการไทย รวมทั้งการทำให้บริษัทฯ เติบโตอย่างมั่นคง ให้ผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวต่อผู้ถือหุ้น ซึ่งนอกเหนือจากการดำเนินธุรกิจเพื่อให้มีผลประกอบการที่ดีแล้วนั้น บริษัทฯ ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากในการกำหนดนโยบายและกฎระเบียบต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับการกำกับดูแลกิจการที่ดีตามแนวทางที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้กำหนดขึ้น ซึ่งจากรายงานการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน ประจำปี 2553 ที่มีการสำรวจโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และ สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) นั้น บริษัทฯ ได้รับผลการประเมินอยู่ในระดับ “ดีเลิศ” ซึ่งเป็นระดับสูงสุด รวมทั้งการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2553 บริษัทฯ ได้คะแนนเต็มร้อยละ100 จากการประเมินของสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย สมาคมบริษัทจดทะเบียนและ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

ปี 2554 ประมาณการการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย อยู่ที่ร้อยละ 3.5 – 4.5 ชะลอลงจากปี 2553 และยังคงเป็นอีกปีที่ท้าทาย เนื่องจากหลายประเทศในยุโรปเริ่มเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย สหรัฐอเมริกาก็ยังมีอัตราว่างงานที่สูงถึง 10% ทั้งที่รัฐบาลมีการกระตุ้นการใช้จ่ายอย่างมาก และเริ่มเกิดวิกฤตการเมืองในตะวันออกกลางที่คาดว่าจะลุกลาม ทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นจนอาจมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอีกรอบ รวมไปถึงการเลือกตั้งทั่วไปของไทยที่อาจมีขึ้นในช่วงกลางปี 2554 นี้ ก็อาจจะเกิดปัญหาเสถียรภาพของรัฐบาลอีกครั้ง ทำให้บริษัทฯ ยังคงต้องบริหารงานอย่างรอบคอบ และระมัดระวังต่อไป

ในนามของคณะกรรมการ ขอขอบคุณผู้ถือหุ้นทุกท่าน พนักงาน คู่ค้า เจ้าหนี้ และผู้ผลิตสินค้าทุกราย ที่ให้ความไว้วางใจบริษัทฯ สนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทฯ ทำให้คนไทย ผู้ประกอบการไทย และประเทศไทย มีประสิทธิภาพและความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น

นายสุวิทย์ จินดาสงวน
     ประธานกรรมการ
นายสมชัย สิทธิชัยศรีชาติ
       กรรมการผู้จัดการ